Support
tree4tree
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ


 

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ 108garden.com ศูนย์รับจัดสวน


จัดสวนสวยในรูปแบบต่างๆ ทั้งสวนธรรมชาติ (Natural Garden) สวนประดิษฐ์ (Formal Garden) สวนโมเดิร์น (Modern Garden) สวนญี่ปุ่น (Japanese Garden) และสวนหิน (Rock Garden) ในทุกพื้นที่ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม โรงแรม รีสอร์ท โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ อาทิ อ.ธนภณ วัฒนจรัส จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการประดับตกแต่ง ที่มีประสบการณ์ในการจัดสวนหย่อมในสวนนกชัยนาท จังหวัดชัยนาท และบ้านดิน จังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้งจำหน่ายต้นไม้หลากหลายพันธ์ อาทิ สัปปะรดสี พรรณไม้มงคล ตลอดจนเซรามิคตกแต่งสวน

 

ขั้นตอนการสั่งซื้อต้นไม้หรือตกแต่งสวย

1. ติดต่อสั่งซื้อต้นไม้ทางอีเมล 1081009garden@gmail.com  หรือโทร. 081 6822185

โดยท่านลูกค้าส่งรายการต้นไม้ (ควรอ้างอิงชื่อและราคาเพื่อป้องกันความผิดพลาด) 

มาทางอีเมล จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเพื่อยืนยันรายการต้นไม้ 

โดยจะส่งคำยืนยันว่ามีต้นไม้พร้อมส่งชนิดใดบ้าง ตอบกลับไปทางอีเมลล์

 

2.ลูกค้าโอนเงินค่าต้นไม้พร้อมค่าจัดส่ง ตามที่ระบุในใบเสนอราคา

ซึ่งได้รับทางอีเมล โดยโอนเงินมาที่ 

บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์

เลขที่บัญชี 340-217-7443

ชื่อบัญชี นายครรชิต ปิตะกา

 

3. ทีมงาน 108garden.com จะจัดส่งของให้ในวันถัดไป หรือตามแต่เวลานัดหมายที่ตกลงกันไว้

การจัดส่งปกติเป็นการส่งไปรษณีย์แบบ EMS หรือบริการขนส่งอื่นๆทุกรูปแบบ เพื่อความสะดวกของท่านลูกค้า ปกติแล้วในเขตภาคกลางจะได้รับกล่องไปรษณีย์ภายในวันถัดไปหรือไม่เกิน 1-2 วัน และต่างจังหวัดไม่เกิน 1-3 วัน(ค่าบรรจุและค่าจัดส่งไม่เกิน 1 kg. คิดค่าบริการ 100 บาทถ้าน้ำหนักมากกว่านี้จะคิดตามอัตราค่าธรรมเนียมไปรษณีย์ไทย) รับประกันคืนเงินเต็มจำนวน 100% หากไม่ได้รับสินค้า 

ผลงานตัวอย่างตกแต่งสวน
เซรามิค

3556

คำอธิบายรายละเอียดสินค้า 1

ราคา 188.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

3586

คำอธิบายรายละเอียดสินค้า 2

ราคา 147.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

3577

3577

ราคา 134.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

3573

3573

ราคา 181.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

3584

3584

ราคา 161.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

3557

3557

ราคา 282.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

3576

3576

ราคา 147.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

3552

3552

ราคา 214.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

3553

3553

ราคา 141.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

3581

3581

ราคา 147.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

3555

3555

ราคา 147.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

3575

3575

ราคา 350.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

3585

3585

ราคา 161.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

3574

3574

ราคา 181.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

3578

3578

ราคา 147.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

เซรามิคคุณภาพดีสีสวยราคาถูก รหัส 123

เซรามิคคุณภาพสูง

ราคา 200.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

เซรามิคจากลำปางคุณภาพดีราคาถูก

สินค้าส่งตรงจากลำปางรับประกันคุณภาพ

ราคา 150.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

ต้นไม้
สัปรสสี
ช่อดอกไม้
การตกแต่งสวน

ประเภทของการจัดสวน

สวนธรรมชาติ (Natural Garden)

มักใช้เส้นโค้งในการออกแบบ ซึ่งช่วยให้เกิดรูปทรงอิสระสร้างรูปแบบที่นิ่มนวล สบายตา โดยเลียนแบบธรรมชาติสวนรูปแบบนี้นิยมจัดกันมาก และพบเห็นได้ทั่วไปตามบ้านพักอาศัย สวนสาธารณะ และสถานที่ต่างๆ

สวนประดิษฐ์ (Formal Garden)

เป็นสวนที่ออกแบบโดยใช้รูปทรงเรขาคณิตง่ายๆ เช่นรูปทรงสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม และวงกลม เราจึงมักพบพรรณไม้ส่วนใหญ่ ถูกตัดแต่งในสวนแบบประดิษฐ์ การออกแบบจะมีแกนกลาง เพื่อความสมดุลของสวนทั้งสองข้าง และมีจุดเด่นดึงดูดสายตา สวนประดิษฐ์มักใช้กับสวนขนาดใหญ่ หรือสถานที่ราชการ เพื่อสร้างความหรูหราและสง่างามให้กับพื้นที่

สวนโมเดิร์น (Modern Garden)

เป็นสวนที่เน้นการใช้แนวเส้นและรูปทรงเลขาคณิตที่เรียบง่ายในการออกแบบ โดยใช้วัสดุตกแต่งที่ดูทันสมัยเข้ามาประกอบ เช่น รูปประติมากรรมต่างๆ การออกแบบอาจสื่อความหมายถึงบางสิ่ง ไม่นิยมใช้พรรณไม้ในปริมาณมากๆ แต่เลือกใช้เฉพาะต้นที่มีรูปทรงที่โดดเด่น

 

สวนญี่ปุ่น (Japanese Garden)

เป็นสวนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมักจะแสดงออกด้านปรัชญา มีการนำเอาวัสดุต่างๆมาใช้ในการจัดสวน เช่นหิน ตะเกียงหิน อ่างน้ำ และรั้วไม้ไผ่ประกอบสวน ส่วนการเลือกใช้พรรณไม้นั้น เน้นการใช้ไม้ไม่ผลัดใบที่มีลักษณะเด่นเฉพาะตัว เน้นความเรียบง่าย

สวนหิน (Rock Garden)

เป็นสวนที่ใช้หินและกรวดเป็นองค์ประกอบหลักในการจัดโดยเลือกใช้ความหลากหลายจากลักษณะและชนิดของหินที่แตกต่างกันทั้งสี รูปร่าง และผิวสัมผัส สำหรับพรรณไม้ที่ใช้นั้นอาจเป็นชนิดที่สร้างบรรยากาศให้ร่มรื่น เช่นไม้ยืนต้นให้ร่มเงาหรือแห้งแล้งเช่นกระบองเพชรก็ได้

 

ที่มา :หนังสือจัดต้นไม้ให้เป็นสวน

สำนักพิมพิ์บ้านและสวน

แต่งโดย อรุณี วงศ์พนาสิน และคณะ

 

     

บทความน่าสนใจ

ต้นไม้ตกแต่ง

สวนกับต้นไม้ สวนกับต้นไม้เป็นของคู่กัน ความสวยของสวนขึ้นกับต้นไม้ พรรณไม้ รวมทั้งองค์ประกอบต่างๆ และ การจัดวางอย่างมีศิลปะ สวนขนาดเล็ก จัดได้จัดแบ่งกลุ่ม พรรณไม้ ไว้ดังนี้ ไม้ยืนต้น ไม้ประธาน ไม้พุ่ม ไม้คลุมดิน 1. ไม้ยืนต้น เป็นต้นไม้ใหญ่ สูงกว่า 3 เ...

อ่านเพิ่มเติม...

เคล็ดลับการใช้หินตกแต่งสวนให้เย็นสบาย

เคล็ดลับการใช้หินตกแต่งสวนให้เย็นสบาย ตกแต่งสวนสวยๆให้เย็นสบายน่าอยู่ การตกแต่งสวนเป็นเรื่องง่ายๆไม่ยุ่งยากสำหรับผู้ที่ชอบแต่งสวนใช้เวลาว่างกับธรรมชาติ ปัจจุบันนิยมใช้หินตกแต่งสวนกันอย่างแพร่หลาย และหินที่นิยมนำมาใช้ตกแต่งได้แก่ หินทะเล หินปูน หินอ่อ...

อ่านเพิ่มเติม...

การจัดสวนและประโยชน์ของการจัดสวน

การจัดสวนและประโยชน์ของการจัดสวน สารพันประโยชน์ของการจัดสวน การจัดสวนเป็นกิจกรรมหรืองานอดิเรกของใครหลายๆคนเพราะเป็นงานที่ใช้ศาสตร์ของศิลปะและงานฝีมือที่เกี่ยวกับการดูแลพืชและการปลูกต้นไม้รวมถึงบริเวณรอบๆให้มีความสวยงาม ทั่วไปแล้วการจัดสวนจะทำอยู่บริเ...

อ่านเพิ่มเติม...

แนวทางการตกแต่งสวน

การจัดสวนนั้นมิใช่ว่าเอาต้นไม้มาปลูกเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นแถวเป็นแนว ให้เกิดความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เราจะต้อง คำนึงถึง วัสดุอุปกรณ์ในการตกแต่งสวนด้วยว่า จะเอาวัสดุอุปกรณ์ประเภทไหน อย่างไร มา ตกแต่งสวน ของเรา ให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น และจะทำอย่างไรให้...

อ่านเพิ่มเติม...

ทิศเหนือ และ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

ทิศเหนือ ให้ปลูกส้มป่อย ส้มซ่า และมะเดื่อ - ส้มป่อยนิยมใช้ในพิธีมงคล เช่น สรงน้ำพระ ทำบุญสะเดาะเคราะห์ เป็นต้น - ส้มซ่า ปัจจุบันไม่ค่อยมีผู้ปลูกกันแล้ว เข้าใจว่า นิยมปลูกแก้เคล็ด ให้ลูกหลานมีชื่อเสียงขจรขจาย ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ปลูกทุเรียน ไผ่รว...

อ่านเพิ่มเติม...

ทิศใต้ และ ทิศตะวันตกเฉียงใต้

ทิศใต้ ให้ปลูกไม้ผล เช่น มะม่วง มะพลับ ตะโก เพราะทิศใต้เป็นทิศที่แดดส่องมากที่สุด จึงเหมาะแก่การปลูกไม้ผลให้ร่มเงา และไม้ผลที่ปลูกในทิศนี้ จะติดผลดีกว่าทิศอื่นๆ เพราะได้รับแดดเกือบตลอดทั้งวัน ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ให้ปลูกพิกุล ขนุน ราชพฤกษ์ สะเดา พิกุลเ...

อ่านเพิ่มเติม...

ทิศตะวันออกเฉียงใต้

ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ให้ปลูกสารภี ยอ กระถิน - สารภีเป็นไม้ไทย ดอกหอม เป็นสมุนไพรรักษาโรคได้ - ยอ เป็นไม้ขนาดย่อม นิยมปลูกไว้ใกล้บ้าน ใบใช้เป็นอาหาร และยารักษาโรคได้ ชื่อ 'ยอ' เป็นมงคล คงหวังให้มีคนสรรเสริญ เยินยอ - กระถิน เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก นิยมปลู...

อ่านเพิ่มเติม...

ต้นไม้มงคล ทิศตะวันออก

ทิศตะวันออก โบราณท่านให้ปลูกไผ่สีสุก กุ่ม และมะพร้าว เข้าใจว่า จะปลูกไว้เพื่อบังแดดเช้า เพราะทั้งหมดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง - ไม้ไผ่มีประโยชน์ ใช้ทำเครื่องจักสานสารพัดชนิด ชื่อ 'ไผ่สีสุก' คงจะหมายถึงความมั่งมี ศรีสุข - กุ่มใช้เป็นอาหาร 'กุ่ม' หมายถึง ก...

อ่านเพิ่มเติม...

ต้นไม้มงคล

ต้นไม้มงคล คนไทยเป็นประเทศเก่าแก่ มีวัฒนธรรม และความเชื่อเป็นของตนเอง วัฒนธรรมการใช้ชีวิตของคนไทยถือได้ว่า ค่อนข้างละเมียดละไม แม้แต่การปลูกต้นไม้ ก็ยังมีการกำหนดว่า บ้านเรือนควรจะปลูกต้นไม้แบบไหน เพื่อเป็นมงคลกับชีวิต ที่เราพอรู้ๆ กัน ก็คงจะเป็น หน้...

อ่านเพิ่มเติม...

สวนถาดแบบชื้น จำลองสวนขนาดย่อมๆ

สวนถาดแบบชื้นและแบบแห้ง สวนถาดแบบจำลองสวนขนาดย่อมๆ ปัจจุบันการจัดสวนถาดเป็นที่นิยมกันอย่างมาก เพราะดูแลง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก อีกทั้งยังสามารถเป็นของฝากเนื่องในโอกาสพิเศษๆต่างๆ ซึ่งสวนถาดจะมี 2 แบบ คือ 1 สวนถาดแบบแห้ง คือ สวนที่จัดด้วยต้นไม้ที่ไม่ต้อง...

อ่านเพิ่มเติม...

โรคและแมลง ที่ควรรู้

โรคและแมลง ที่ควรรู้ 1.โรครากเน่า สาเหตุ เกิดจากเชื้อราชนิดหนึ่ง มักแพร่ระบาดในช่วงฤดูฝน อาการ รากจะฉ่ำน้ำ มักมีกลิ่นเหม็น ทำให้ลำต้นแคระแกร็น ออกดอก ออกผลช้า การป้องกันกำจัด -จุ่มหน่อด้วยยากันราก่อนปลูก -ควรปลูกในที่ที่มีการระบายน้ำที่ดี -ฉีดพ่นด้วย...

อ่านเพิ่มเติม...

สัปปะรด

สัปปะรดสี (Urn Plant) สัปปะ รดสี อยู่ในวงศ์ BROMELIACEAE มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศบราซิล ชอบแสงแดดแต่ทนแสงแดดจัดไม่ได้ อุณหภูมิที่เหมาะกับการเจริญเติบโตอยู่ที่ 18 – 24 องศาเซลเซียส ต้องการความชื้นปานกลางและน้ำในปริมาณที่น้อยการ ดูแลสัปปะรดสี เนื่อง...

อ่านเพิ่มเติม...

"เดือนเกิดกับดอกไม้"

 "เดือนเกิดกับดอกไม้"

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเรื่องราวเกี่ยวกับดอกไม้และเดือนเกิด

 

บทความน่ารู้เกี่ยวกับดอกไม้ที่เหมาะกับคนที่เกิดในแต่ล่ะเดือนว่าจะเหมาะกับดอกไม้ชนิดไหน

มกราคม - คาร์เนชั่น : ดอกคาร์เนชั่น เป็นดอกไม้เก่าแก่ ชาวโรมันยกย่องให้เป็นดอกไม้แห่งเทพเจ้า เป็นดอกที่ใช้แสดงความรักและความพึงพอใจ และแต่ละสีของดอกคาร์เนชั่นนั้นจะแตกต่างกันออกไป
 

กุมภาพันธ์ - ไวโอเล็ต : ดอกไวโอเล็ต เป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธาและความจริงใจ และสีของดอกก็มีความหมายถึงความสม่ำเสมอ ช่างเหมาะกับเดือนแห่งความรักเสียจริงๆ

 

มีนาคม - แดฟโฟดิล : เดือนนี้เป็นเหมือนเดินแห่งการเริ่มต้นใหม่ในความเชื่อของชาวตะวันตก เพราะเป็นเดือนที่เริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ ดังนั้น ดอกแดฟโฟดิลจึงมีความหมายว่า การเริ่มต้นใหม่

 

เมษายน - เดซี่ : ดอกเดซี่เป็นสัญลักษณ์ของความไร้เดียงสา อ่อนน้อม เรียบง่าย และนุ่มนวล

 

พฤษภาคม - พลับพลึงไพร : หรือเรียกภาษาอังกฤษว่า Lily of the Valley เป็นดอกที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการกลับมา หรือการหวนคืนความสุขกลับมาอีกครั้ง

 

มิถุนายน - กุหลาบ : ความนัยอันเป็นสากล ดอกกุหลาบแต่ล่ะสีจะมีความหมายแตกต่างกันออกไป กุหลาบแดงหมายถึงฉันรักเธอ

 

กรกฎาคม - ลาร์กสเปอร์ หรือ เดลฟีเนียม :  ดอกไม้ชนิดนี้ทำหน้าที่ไล่สัตว์ร้ายอย่างแมงป่อง และยังสามารถนำไปทำเป็นหมึกย้อมผ้าอีกด้วย ความหมาย การเปิดหัวใจและการผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้น

 

สิงหาคม - แกลดิโอลัส : ชาวตะวันตก ใช้ดอกไม้ชนิดนี้ในการบำบัดผู้ป่วย อีกทั้งราก ยังสามารถแก้โรคบางอย่างได้อีกด้วย ความหมายคือการระลึกถึงและความหลงไหล

 

กันยายน - แอสเตอร์ : โบราณว่าเมื่อนำดอกแอสเตอร์ไปเผาไฟ กลิ่นของมันจะช่วยไล่งูได้ ดอกแอสเตอร์หมายถึงการใคร่ครวญ แต่ชาวจีนบอกว่ามันหมายถึงความซื่อสัตย์และจงรักภักดี

 

ตุลาคม - คาเลนดูลาร์ : เป็นดอกไม้ตระกูลเดียวกับดาวเรือง มีคุณค่าทางการแพทย์ ชาวคริสต์เรียกดอกนี้ว่า Mary's Gold และมักนำไปบูชาพระแม่มารี ส่วนชาวอินเดียจะนำมาร้อยเป็นมาลัยเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธ์

 

พฤศจิกายน - เบญจมาศ : ในญี่ปุ่นนั้นเบญจมาศเป็นสัญลักษณ์ของสมเด็จพระจักรพรรดิ และเป็นสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ โดยทั่วไปนั้นดอกเบญจมาศนั้นหมายถึงการพักผ่อน หรือการให้กำลังใจ อีกทั้งดอกแต่ละสีก็ยังมีควาหมายที่แตกต่างกันออกไปอีก

 

ธันว่าคม - ฮอลลี่ : ในยุโรปสมัยกลาง เชื่อกันว่า ดอกไม้ชนิดนี้สามารถนำมาขับไล่ภูตผีปีศาจได้ ดอกฮอลลี่จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตอมตะ ดอกฮอลลี่หมายถึงเปี่ยมไปด้วยความสุข


ที่มา : thaibizcenter.com

วัสดุอุปกรณ์ตกแต่งสวน

1. การเตรียมพื้นที่

จะต้องทำบริเวณพื้นที่ที่จะจัดสวนให้เรียบโล่ง

เหลือไว้แต่สิ่งที่เราจะใช้ประโยชน์ได้ในภายหลัง เช่นต้นไม้ใหญ่ ๆ หิน เนินที่มีอยู่เดิม การปรับพื้นดินทำโดยการรดน้ำจนเปียก แล้วจึงใช้ลูกกลิ้งบดให้เรียบ ถ้าบริเวณใดยุบเป็นบ่อ ให้เติมดินลงไป ระดับโดยรวม ควรลาดเอียงไปยังทางท่อระบายน้ำ และลาดเอียงออกจากตัวบ้าน เก็บเศษวัสดุ ก้อนหิน หญ้า และวัชพืช ที่ไม่ต้องการ ทิ้งให้หมดวาดแปลนที่ต้องการ ลงบนพื้นที่ โดยใช้ปูนขาวโรยเป็น กำหนดจุดแนว สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เช่น ลานพักผ่อน ทางเท้า ถนนเข้าบ้าน เป็นต้น กำหนดจุดที่จะปลูกต้นไม้ใหญ่ ขอบเขตของแปลงที่จะปลูกไม้พุ่ม และไม้คลุมดิน การปลูกไม้ต้นใหญ่นั้น ควรจะขุดหลุมให้มีขนาดใหญ่กว่าตุ้มดินที่หุ้มรากต้นไม้ไว้โดยรอบอีก 10 ซม. และลึกกว่าขนาดตุ้มดินอีก 10-15 ซม. โรยปุ๋ยสูตรเสมอ (16-16-16) รองก้นหลุมดินที่ขุดขึ้นจากหลุมให้แยกดินส่วนบน และส่วนก้นหลุมไว้ จากนั้นก็เอา ดินส่วนบน มาสับพรวนจนเป็นก้อนเล็ก ๆ แล้วเอามาคลุกผสมกับดินที่ซื้อมาจากท้องตลาดในอัตราส่วน ดินบน:ดินผสม = 1:1 ใส่กลับลงไปในหลุมเป็นดินปลูก รดน้ำตามให้ชุ่ม ดินจะยุบตัวลง เติมดินปลูก และรดน้ำจนดินไม่ยุบตัวอีก ถ้าต้นไม้ที่ปลูกใหม่นั้นสูงมาก หรือไม่สามารถตั้งตัวให้ตรงได้ให้ใช้ไม้ค้ำ ซึ่งอาจจะเป็นไม้ไผ่หรือไม้สนก็ได้ ส่วนการเตรียมพื้นที่ที่จะปลูกไม้พุ่ม และไม้คลุมดินนั้น ก็คล้ายคลึงกันกับการปลูกไม้ต้นใหญ่ แต่ขนาดหลุมจะตื้นกว่า 

 
 
 

 

ต้นไม้ที่ใช้ในการตกแต่ง

2. ต้นไม้ ต้นไม้ที่ใช้ในการตกแต่งสวนนั้นแบ่งออกเป็น 

2.1 ไม้ต้น (Trees) เป็นไม้เนื้อแข็ง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้นใหญ่กว่าไม้พุ่ม ไม่ต้องอาศัย พาดพิงต้นไม้ หรือวัสดุอื่น เพื่อ ดำรงตัว มีความสูงเกิน 6 เมตร มีอายุได้นานปี เช่น ตะแบก อินทนิน จามจุรี ราชพฤกษ์ ฯลฯ ซึ่งไม้ต้นเหล่านี้ สามารถใช้เป็นฉากหลัง ให้ร่มเงา หรือเป็นแนวรั้วกันลม ฯลฯ

2.2 ไม้พุ่ม (Shrubs)เป็นไม้เนื้อแข็งลำตัวตั้งตรง เป็นอิสระได้ไม่ต้องอาศัยต้นไม้ หรือวัสดุอื่นพาดพิง มีอายุได้นานหลายปี มีความสูงไม่มากนักการแตกกิ่งก้านมักจะไม่สูงจากพื้นดิน เช่น ชบา เข็ม ยี่เข่ง ยี่โถ ฯลฯ มักจะปลูกระดับแปลง จัดเล่นลายโดยใช้สี ปลูกเป็นรั้วกั้น หรือบังตา และมักจะปลูกตามขอบทาง

2.3 พืชคลุมดิน (Ground Covers) คือพืชที่มีต้นเตี้ย สูงไม่เกิน 30 ซม. และมักจะปลูกเป็นกลุ่มก้อนติด ๆ กัน มีทั้งลำต้นตรง และลำต้นเตี้ย มีทั้งเป็นไม้เนื้ออ่อนอายุข้ามปี และเป็นพวกไม้ล้มลุกเช่น ผักเป็ดเขียว บานเช้า บานเย็น บัวสวรรค์ พลูด่าง เป็นต้น ใช้ปลูกประดับขอบแปลง จัดเล่นลายใช้สีหรือปลูกเป็นแปลงคลุมพื้นที่แทนหญ้า

2.4 หญ้า (Grass)เป็นพืชคลุมดินเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน มีความสวยงาม และสามารถเหยียบย่ำได้ หญ้าที่ปลูกตามบ้านทั่ว ๆ ไปมีอยู่ 2 ชนิดคือ

หญ้านวลน้อย (Zoysia Matrella)เจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อน ชอบแดดจัด ทนการเหยียบย่ำได้ค่อนข้างสูง ปลูกได้ทั่วไป แต่ต้องการดินที่มีความอุดมสมบูรณ์พอควร ระบายน้ำได้ดี ไม่ชอบน้ำขังแฉะการตัดควรตัดให้สูง 0.5-1 นิ้ว ควรตัดบ่อย ๆ และตัดให้ต่ำ เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตเป็นกระจุก และควรจะใส่ปุ๋ยไนโตรเจน (N) สูงทุกเดือน

หญ้ามาเลเซีย (Axonopus Compressus)เป็นหญ้าใบกว้าง ใบสีเขียวอ่อน ทนร่มได้ดี ไม่ควรปลูก กลางแดดเพราะรากสั้นทำให้เหี่ยวแห้งเร็ว ทนน้ำขังแฉะได้ชั่วคราว ทนการเหยียบย่ำ ได้น้อยกว่า หญ้านวลน้อย เวลาตัดควรตัดให้สูง 1-2 นิ้ว หญ้ามาเลเซีย นี้ควรจะปลูกในที่ร่ม และกับบ้าน ที่เจ้าของบ้านไม่มีเวลาในการดูแลรักษา ควรใส่ปุ๋ยที่มี N-P-K ในอัตราส่วน 3-1-2 ต่อเดือน

 

 ขั้นตอนที่ 3

วัสดุปูพื้น

วัสดุปูพื้น

วัสดุปูพื้นของสวนในบ้านหมายถึง ส่วนใช้งานที่ต้องการผิวพื้นที่ไม่ใช่สนามหญ้าเพื่อทนการเหยียบย่ำ ซึ่งแบ่งออกได้ดังนี้

3.1 วัสดุปูพื้นแบบแข็ง (Rigid)ใช้ปูในบริเวณพื้นที่ที่มีการใช้งานสูง โดยพื้นส่วนล่าง จะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก รองรับวัสดุปูพื้นอื่น ๆ เช่น อิฐ กระเบื้อง เซรามิค หิน วัสดุปูพื้นแบบนี้น้ำจะไม่สามารถซึมผ่านลงไปได้ อัตราการไหลของน้ำบนผิวหน้าจะสูง เพราะฉะนั้น ในขณะที่ปูพื้นแบบนี้ จะต้องคำนึงถึงการระบายน้ำเป็นสำคัญ ควรให้มีความลาดเอียง ออกจากบ้าน การปูพื้นด้วยวัสดุแบบแข็งนี้เหมาะกับ บริเวณลานนั่งเล่น ลานจอดรถทางเดิน ที่ต้องการความถาวร

3.2 วัสดุปูพื้นแบบมีความยืดหยุ่น (Flexible)พื้นฐานส่วนลางใช้ทรายหรือปูนทรายบดอัดให้เรียบก่อน วัสดุที่ใช้ปูมีหลายชนิดเช่น บล็อกประดับพื้นรูปคดกริช รวงผึ้ง และอัฐศิลา ของปูนซิเมนต์ไทย อิฐมอญ และหินต่าง ๆ การปูแบบนี้น้ำจากพื้นผิวด้านบน สามารถซึมผ่านลงไปได้บ้าง และอัตราการไหลของน้ำบนผิวหน้าจะไม่สูงเท่ากับวัสดุพื้นแบบแข็ง การปูวัสดุปูพื้นแบบมีความยืดหยุ่นนี้ สามารถทำเองได้ทันที การซ่อมแซมก็ทำได้ง่าย แต่ต้องระวังตอนอัดทราย ถ้าอัดไม่ดีจะยุบตัวได้ในภายหลัง การปูพื้นแบบนี้เหมาะกับบริเวณลานนั่งเล่น ลานจอดรถ ทางเดิน ส่วนสนามเด็กเล่นควรใช้ทรายทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย

 

ขั้นตอนที่ 4

รั้ว

 

การออกแบบหรือตกแต่งบริเวณภายในบ้านนั้น

นอกจากรั้วรอบบ้านที่ใช้แสดงขอบเขตของพื้นที่ และป้องกันอันตรายจากภายนอกแล้วเรายังต้องการรั้วเพื่อเป็นการแบ่งบริเวณที่กว้างขวางให้เล็กลง หรือเพื่อบังสายตาของคนภายนอก ทำให้เกิดความเป็นส่วนตัว หรือใช้เป็นที่บังแดด บังลม บางครั้งสามารถใช้รั้วเป็นเครื่องประดับสวนให้งดงามอีกด้วย

การเลือกแบบของรั้วนั้นขึ้นอยู่กับแบบของบ้าน และรูปทรงของบริเวณสวน สามารถแบ่งออกได้ดังนี้

รั้วไม้ เสาอาจจะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือใช้เสาเป็นไม้ได้ ส่วนผนังของรั้วใช้ไม้กั้น อาจจะเป็นไม้ไผ่ ซึ่งเหมาะกับการจัดสวนญี่ปุ่น หรือรั้วไม้ซุงซึ่งเหมาะกับสวนบ้านไร่ ส่วนอายุการใช้งานนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของไม้ การซ่อมแซมทำได้ง่ายไม่ยุ่งยาก

รั้วอิฐบล๊อค โครงสร้างของเสา และคานเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ผนังรั้วใช้อิฐ บล๊อค ซึ่งมีหลายแบบหลายขนาด ทั้งทึบ และโปร่ง จะมีอายุการใช้งานได้นาน การซ่อมแซมเพียงทาสีใหม่ เมื่อสีเก่าจางไป

รั้วเหล็ก หรือรั้วอัลลอยด์ โครงสร้างของเสาคาน อาจจะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือเสาเหล็กได้ ส่วนผนังนั้นใช้เหล็กกั้น มีความแข็งแรง และทนทานได้ดี จะมีอายุการใช้งานได้นาน แต่ต้องขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาด้วย สำหรับบ้านที่อยู่ใกล้ทะเลไม่ควรทำรั้วแบบนี้ เพราะไอน้ำเค็มจากทะเล จะทำให้รั้วเป็นสนิมเร็วขึ้น ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง

 

 

เฟอร์นิเจอร์ในสวน

เฟอร์นิเจอร์ในสวน

หมายถึงวัสดุต่าง ๆ ที่นอกเหนือไปจากต้นไม้ และวัสดุปูพื้นที่ใช้ตกแต่งในบริเวณสวน เป็นองค์ประกอบที่ทำให้เกิด จุดเด่น จุดน่าสนใจ หรือไว้ใช้งานใสบางครั้ง ซึ่งแบ่งออกได้ดังนี้

  1. หิน การใช้หินมาตกแต่งสวนนั้น จะต้องใช้หินชนิดเดียวกัน แต่ให้แตกต่างกันที่ขนาด ไม่ควรใช้หินหลากหลายชนิด ในพื้นที่เดียวกัน หินที่นิยมใช้ในการจัดสวนคือ หินภูเขา หินแม่น้ำ หินทะเล หินกาบ หินชั้น หินแผ่น โดยทั่วไปแล้ว มักใช้หินนำมาจัดเป็นสวนหย่อม ซึ่งนิยมใช้หินก้อนใหญ่ ๆ ประกอบกับไม้คลุมดิน หรือจัดเป็น สวนหิน ซึ่งนิยมจัดในบริเวณที่ไม่สามารถปลูกหญ้าได้ หรือในพื้นที่ขนาดเล็ก การจัดสวนหินนี้ นอกจากมีหินใหญ่เป็นประธานแล้ว ยังต้องใช้กรวดก้อนเล็ก ๆ ประกอบด้วย นอกจากนี้อาจใช้หินตกแต่งเป็นทางเท้า โดยมากนิยมใช้หินแผ่น หรือใช้หินปูบริเวณโคนต้นไม้เพื่อแยกสนามหญ้าออกจาก โคนต้นไม้ใหญ่ เพื่อสะดวกในการตัดหญ้าหรือปูรองรับ บริเวณที่น้ำฝนตกลงกระทบ เพื่อลดการกระแทกของน้ำฝนกับผิวหน้าดิน

  2. เก้าอี้ชุดสนาม และม้านั่งต่าง ๆ จัดเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญในสวน ไม่ว่าจะมีสวนประเภทใดขนาดเท่าใด มักจะมีเก้าอี้สนามกันทั้งนั้น เพราะการมีเก้าอี้สนามไว้ในสวน แสดงให้เห็นถึง การเชื้อเชิญให้หยุดพักผ่อน และนั่งเล่น ดังนั้น เก้าอี้ชุดสนาม ควรมีอายุการใช้งานที่นานปี ทนแดดทนฝนได้ดี ส่วนมากจะทำมาจากวัสดุ ประเภท ไม้ หินขัด หินธรรมชาติ เหล็กหล่อ อัลลอยด์ ผ้าใบ พลาสติก ฯลฯ หรืออาจจะเป็นสิ่งที่ประดิษฐ์มาจากวัสดุที่เหลือใช้ภายในบ้านได้

เก้าอี้ชุดสนาม มัก ประกอบไปด้วย โต๊ะ และเก้าอี้ 4 ตัว จัดวางไว้บริเวณลานพักผ่อนที่จะนั่งเล่น หรือตามเทอร์เรส ใช้นั่งรับประทานอาหารว่างยามบ่าย จัดไว้ในบริเวณศาลาในสวน ลานโคนต้นไม้ หรือจัดให้กลางสนามใต้ร่มไม้ ซึ่งบริเวณที่จัดวางชุดสนามนี้ ควรปูพื้นแข็งรองรับก่อนทำให้สามารถใช้งานได้ทุกฤดูกาล ม้านั่งโดยทั่วไปมีทั้งเป็นชุด และตัวเดี่ยว ซึ่งกว้างประมาณ 40 เซนติเมตร ยาวประมาณ 1 เมตร สามารถยกไปตั้งตามทางเดิน ใต้ต้นไม้ ริมสระน้ำ หรือที่ใดที่หนึ่งที่เราพอใจไว้นั่งตามลำพัง เมื่อต้องการความเป็นส่วนตัว

  1. รูปปั้น การนำรูปปั้นมาตกแต่งสวนนั้น เป็นวิธีการเรียกร้องความสนใจอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่บังคับให้คนมอง โดยเฉพาะรูปปั้นที่เป็นรูปคนมักจะเป็นจุดสนใจสร้างจินตนาการ ให้ระลึกถึงอดีตเป็นงานศิลปะ ที่มีค่ามากใน การนำมาตกแต่งสวน โดยทั่วไปแล้วรูปปั้นมักจะทำมาจากดินเผา หิน ทองแดง เหล็ก หินอ่อน ไม้ ไฟเบอร์ บรอนซ์ และวัสดุอื่น ๆ อีกมากมาย

ในพื้นที่แคบ ๆ ไม่ควรใช้รูปแบบคลาสสิค ควรใช้รูปปั้น Abstract ซึ่งทำด้วยโลหะ จะมีลักษณะมันวาว ทำให้พื้นที่ดูกว้างขึ้น การจัดวางรูปปั้น ก็ต้องคำนึงถึงมุมมอง อย่าวางรูปปั้นให้หลบซ่อนเกินไปควรมีฉากหลัง ที่ทำให้รูปปั้นดูเด่นขึ้น ต้นไม้ที่ใช้ควรมีรูปทรงที่สะดุดตา เช่นสนเลื้อย เศรษฐีไซ่ง่อน ซุ้มกระต่ายด่าง และไม้ประดับต่าง ๆ ถ้าบ้านเป็นแบบคลาสิค เสาโรมันจำลอง ฯลฯ หรือถ้าบ้านแบบทันสมัย จะใช้รูปปั้นได้กว้างขวางกว่า ไม่ว่า แบบคลาสิค หรือแบบ Abstract สำหรับบ้านทรงไทยมักจะใช้โอ่งบ้านเชียง สังคโลก หรือล้อเกวียนมาตกแต่ง ส่วน สวนญี่ปุ่น และ สวนจีน มักจะใช้ตะเกียง สะพานเล็ก ๆ และอ่างน้ำ เป็นต้น

  1. กระถางหรือ ภาชนะบรรจุต้นไม้ต่าง ๆ เป็นองค์ประกอบที่ช่วยเสริมบริเวณสวนให้ดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ส่วนมากกระถาง จะทำมาจากดินเผาเคลือบ ซึ่งการจัดสวนที่ใช้กระถางเป็นองค์ประกอบนั้น จะมีความ ยืดหยุ่นสูง เพราะสามารถสับเปลี่ยน ได้ตลอดเวลา แม้แต่กระถางที่มีต้นไม้ บรรจุอยู่ ก็สามารถเปลี่ยนไป ตามฤดูกาล ได้อีกด้วย กระถางที่ดี ควรมีรูระบายน้ำด้วย

  2. น้ำ และไฟในสวน น้ำเป็นสิ่งที่เสริมสร้างความรื่นรมย์แก่ผู้ใช้เป็นอย่างมาก เสียงหรือ แสงระยิบระยับ ของน้ำยามต้องแสงแดด หรือเงาที่สะท้อนตามพื้นน้ำจะช่วยให้สวนมีชีวิตชีวามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสระน้ำ น้ำพุ หรือน้ำตก ถ้าไม่ใหญ่โตเกินไปนัก เจ้าของบ้านสามารถทำขึ้นเองได้ โดยใช้ปั้มขนาดเล็กวางไว้ก้นสระ หรือที่เรียกกันว่า Submersible Water Pump (ไดโว่) ซึ่งจะดูดน้ำเข้าผ่านระบบกรองในตัว จากนั้นน้ำจะถูกปั้มผ่าน ท่อยางไปยังหัวน้ำพุ หรือไปยังน้ำตกที่เตรียมไว้ หัวน้ำพุ นี้สามารถถอดเปลี่ยน เป็นแบบต่าง ๆ ได้ตามความต้องการส่วนน้ำตก ถ้าเจ้าของบ้านมีมุมเล็ก ๆ และต้องการที่จะทำเอง น้ำก็ทำได้ไม่ยาก โดยการหาซื้อน้ำตกสำเร็จรูปมาจัดได้เลย ซึ่งมีให้เลือกหลายขนาด หลายชนิด หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์จัดสวน ทั่วไป เช่น ตลาดนัดสวนจตุจักร และตลาดย่านพหลฯ
    หลักการของน้ำตกคือ ใช้ระบบน้ำล้น

สำหรับการก่อน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ และมีโครงสร้างที่ซับซ้อนมาก ๆ ควรเรียกผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้มาช่วยโดยเฉพาะ การติดตั้งไฟในสวนนั้น เป็นการยืดเวลาการใช้สวนให้ยาวนานออกไปอีก คือสามารถใช้สวนในตอนกลางคืนได้ และเพื่อความสวยงาม ของต้นไม้ในสวนด้วย โดยเฉพาะการส่องไฟขึ้นจากโคนของต้นไม้ เพื่อเน้นรูปทรงของ กิ่งก้านสาขา หรือการส่องไฟจากด้านข้าง ทำให้เกิดมิติใหม่ของสีสัน และรูปทรงของสวน ความสำเร็จของการจัดไฟในสวนนั้น จะต้องจัดแสงอย่างตรงไปตรงมา เน้นสิ่งที่ต้องการจะเน้น ไฟที่ติดในสวนส่วนมากนิยมติดตามบริเวณ กลุ่มหิน สวนหย่อม น้ำตกสระน้ำ และบริเวณโต๊ะเก้าอี้ในสวน

  1. ศาลา (Gazebo)เป็นองค์ประกอบที่น่าสนใจเพราะให้ร่มเงา และผู้ใช้สามารถนั่งพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติได้ ส่วนมากนิยมสร้างด้วยไม้ เพราะให้ความอ่อนนุ่ม กับสวนมากกว่าวัสดุอย่างอื่น ควรใช้ไม้แดง หรือไม้เต็งซึ่งเหมาะสำหรับ กลางแจ้ง หรืออาจทำด้วยไม้ระแนงแล้ว อาศัยไม้เถาเลื้อยปกคลุมแทนหลังคากระเบื้อง

ส่วนรูปแบบของศาลานั้น มีให้เลือกมากมายหลายแบบ ตั้งแต่ศาลาคนยากมีเสากลางเสาเดียว หลังคามุงจาก หรือที่เรียกกันว่า ดอกเห็ด ซึ่งเหมาะกับสวนบ้านไร่ ส่วนศาลามุงกระเบื้อง หรือ หลังคาไม้ระแนง ที่อาศัยเถาไม้เลื้อยปกคลุมนั้น นิยมใช้กับบ้านทั่ว ๆ ไป และ ศาลาโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก มุงกระเบื้องซีแพคโมเนีย นั้นเหมาะกับบ้าน ที่มีบริเวณพื้นที่ใน การจัดสวน กว้างใหญ่ เพราะ โครงสร้างของศาลา แบบนี้ จะดูเทอะทะ สำหรับบ้านทั่ว ๆ ไปยังคงนิยม ศาลาไม้ เป็นส่วนมาก เพราะ ดูเบา และ อ่อนนุ่มกว่า คอนกรีตเสริมเหล็ก